การเลือกขนาดของเครื่องฉีดพลาสติก

การเลือกขนาดของเครื่องฉีดพลาสติก

การเลือกขนาดของเครื่องฉีดพลาสติกให้เหมาะสมกับการทำงานและลักษณะของชิ้นงานพลาสติกที่ต้องการฉีดนั้น มีข้อแนะนำถึงวิธีและขั้นตอนในการพิจารณาดังนี้

     1. ดูน้ำหนักของพลาสติกที่เครื่องสามารถฉีดได้สูงสุด ตัวอย่างเช่น เครื่องฉีดขนาดแรงปิดแม่พิมพ์ 100 ตัน สกรูโต 30มิลลิเมตร ระยะถอยสกรูได้มากสุด 125 มิลลิเมตร จะมีปริมาตรช่องว่างในกระบอกที่อยู่หน้าปลายสกรูเมื่อสกรูถอยสุด คือ 88cm3 จะทำให้ฉีด ps ได้น้ำหนักมากสุด 79 กรัม

แต่ถ้าฉีด pp จะได้น้ำน้ำหนักมากสุด = (79x0.7) / 0.9 = 64.4 กรัม (เมื่อให้ความหนาแน่นของพลาสติกเหลว ps=0.9g/cm3 และความหนาแน่นของพลาสติกเหลว pp=0.7g/cm3)

ดังนั้นการคำนวณหาน้ำหนักของพลาสติกแต่ละชนิดที่เครื่องฉีดแต่ละตัวสามารถฉีดได้สูงสุด จะต้องคำนึงถึงความหนาแน่นของพลาสติกเหลวแต่ละชนิดนั้น ๆ ที่อุณหภูมิฉีดด้วย แต่ถ้าไม่ทราบค่าที่แน่นอนของความหนาแน่นพลาสติกเหลวที่แต่ละอุณหภูมิก็สามารถใช่ค่าโดยประมาณที่ใช้งานได้จริงดังนี้

  • ความหนาแน่นของพลาสติกเหลวประเภท อะมอร์พัส เทอร์มอพลาสติก (Amorphous thermoplastics) จะมีค่าประมาณ 85% ของ ค่าความหนาแน่นของเม็ดพลาสติก เช่น เม็ด PS จะมีค่าความหนาแน่น 1.05 g/cm3 เมื่อเป็นพลาสติกหลอมเหลวที่อุณภูมิฉีดทั่วไป (ประมาณ 210-220 °C) จะมีค่าความหนาแน่นเท่ากับ 0.85x1.05=0.89g/cm3
  • ความหนาแน่นของพลาสติกเหลวประเภท เซลามิคริสตัลไลน์เทอร์มอพลาสติก (Semi-crystalline thermoplastics) จะมีค่าประมาณ 80% ของค่าความหนาแน่นของเม็ดพลาสติก เช่น เม็ด PP จะมีค่าความหนาแน่น 0.90 g/cm3 เมื่อเป็นพลาสติกเหลวที่อุณหภูมิฉีดทั่วไป (ประมาณ 210 °C) จะมีค่าความหนาแน่นเท่ากับ 0.8x0.90=0.72g/cm3
  1. ดู แรงปิดแม่พิมพ์ สูงสุดของเครื่องฉีดพลาสติก ว่ามีค่ามากพอกับแรงที่ต้องการใช้ปิดแม่พิมพ์ของชิ้นงานที่จะฉีดหรือไม่ นอกจากนั้นชิ้นงานที่มีรูปร่างแตกต่างกันแม้ว่าจะมีน้ำหนักที่เท่ากัน แต่แรงปูดแม่พิมพ์จะไม่เท่ากัน เช่นการฉีดถังปูนกับ เข่งพลาสติก แม้ว่าจะมีน้ำหนักที่เท่ากัน แต่ ถังปูนมีความบางกว่าเข่งพลาสติก ต้องใช้แรงดันใน การปิดแม่พิมพ์มากกว่าเดิม ไม่งั้นแม่พิมพ์อาจ เผยอ ออกจากกันได้
         3. ดู ขนาดของแม่พิมพ์พลาสติก ว่าสามารถลงไปในช่องว่างระหว่างเสา (Tie Bar) ได้รึป่าว และ สามารถยึดติดเข้ากับ แผ่นยึดแม่พิมพ์ของเครื่องฉีด ได้หรือไม่ โดยสามารถวัดขนาด ความกว้าง และ ความสูงของแม่พิมพ์ เทียบกับ ระยะห่างของเสาดูก่อน พร้อมทั้งดูว่าแม่พิมพ์ตรงกับรูเกรียวยึดแม่พิมพ์ หรือไม่ ก่อนที่จะยกแม่พิมพ์ขึ้นเครื่องฉีดเพื่อลดข้อผิดพลาดและโอกาสในการเสียเวลาในการทำงาน
         4. ดูว่าระยะเคลื่อนที่เข้า-ออกของหน้าปากกาเครื่องฉีดพลาสติกเพียงพอหรือไม่ ถ้าระยะปิดไม่พอ เช่นปิดสุดแล้วยังมีช่องว่างหน้าปากกา 240 มิลลิเมตร แต่แม่พิมพ์มีความสูง (ความหนา) เพียง 220 มิลลิเมตรก็ต้องเสริมแม่พิมพ์ให้มีขนาด 241 มิลลิเมตร ขึ้นไป โดยอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ ระยะเปิดแม่พิมพ์ต้องกว้างพอ ที่ชิ้นงานจะถูกกระทุ้งหล่น หรือ หยิบสามารถหยิบชิ้นงานออกมาจากแม่พิมพ์ได้

สรุปขั้นตอนในการเลือกขนาดของเครื่องฉีดพลาสติก คือต้องดูน้ำหนักของพลาสติกที่เครื่องสามารถฉีดได้ก่อนว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าเพียงพอแล้วสิ่งต่อมา คือต้องดูแรงปิดแม่พิมพ์ของเครื่อง ถ้าเครื่องฉีดที่เลือกนั้น สามารถฉีดน้ำหนักพลาสติกได้เพียงพอ แต่แรงปิดแม่พิมพ์ไม่เพียงพอ ก็ให้หาเครื่องที่ใหญ่ขึ้น ที่มีแรงปิดแม่พิมพ์มากขึ้น เครื่องฉีดที่ใหญ่ขึ้นจะมีแรงปิดมากขึ้น ต่อจากนั้นให้ดูที่ แม่พิมพ์ว่าสามารถลงเครื่อง หรือลง Tie Bar ได้หรือไม่ ถ้าติดก็ให้เลือกเครื่องที่มี Tie Bar ใหญ่ขึ้น สุดท้ายนั้น ให้ดูระยะ เปิด-ปิด แม่พิมพ์ว่าเพียงพอหรือไม่เป็นขั้นตอนสุดท้าย หากไม่ได้ ก็ต้องเพิ่มขนาดเครื่องฉีดอีก หรือถ้า แม่พิมพ์ มีความหนาไม่เพียงพอ สำหรับเครื่องฉีด ก็อาจต้องพิจารณา ในเรื่องการ แก้ไขแม่พิมพ์ เพื่อให้ลงเครื่องฉีดได้

หากท่านมีความประสงค์ หรือ มีความต้องการ ที่จะผลิตแม่พิมพ์ และ ฉีดชิ้นงานพลาสติก ท่านสามารถติดต่อมาทาง บริษัท จาเจ๋ โมลด์เบส (ซี.เอ็น.ซี) จำกัด ทางบริษัท มีความยินดี ที่จะร่วมพัฒนาสินค้า คู่ไปกับท่าน โดยท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ที่ อีเมลล์ jajemold@gmail.com
โพสต์เมื่อ :
2563-01-15 16:08:48
 915
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์